โรคพยาธิไส้เดือนตัวกลม Ascaris
เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคคือ Ascaris
lumbricoides เป็นพยาธิตัวกลมมีขนาดใหญ่ ตัวผู้จะมีความยาว 15-30
ซม ตัวเมียจะมีความยาว 25-35 ซมตัวเมียจะออกไข่วันละประมาณ
200000 ฟองทำให้ง่ายต่อการตรวจอุจาระหาไข่พยาธิ
รูปร่างลักษณะ (Morphology)
พยาธิไส้เดือนกลม มีรูปร่างกลมยาวคล้ายไส้เดือนดิน
มีสีขาวครีมหรือชมพูอ่อนๆ โดยที่ด้านข้างของลำตัวจะมีลักษณะของเส้นขาวของ lateral
cord ยาวตลอดลำตัว ผิวจะค่อนข้างเรียบ (smooth, finely
striated cuticle)

ตัวเต็มวัยของเพศเมีย (adult female) มีขนาดยาวเฉลี่ย 30
ซม. (22-35 ซม) โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5
มม. (4-6 มม.) ปลายหางจะเรียวเหยียดตรง
ตารางที่ 2 พบรอยคอด (waist girdle) ที่บริเวณด้านหน้า (anterior) 1/3 ของลำตัว
ซึ่งรอยคอดอาจหายไปหลังการผสมพันธุ์ ภายในลำตัวของตัวเมียมีอวัยวะสืบพันธุ์ 2
ชุด
พยาธิตัวผู้ (adult male) จะมีขนาดเล็กเรียวกว่าตัวเมีย
โดยเฉลี่ยประมาณ 20 ซม. (10-31 ซม.)
เส้นผ่าศูนย์กลางลำตัว 2-4 มม. มีอวัยวะสืบพันธุ์ 1 ชุด ลำตัวบริเวณปลายหางจะโค้งงอไปด้าน ventral มี spicules
2 อัน
ไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว (fertilized egg) ของพยาธิไส้เดือนกลม
มีรูปร่างกลมรี (Oval shape) จะมีขนาด 45-70 x 35-50 ไมครอน (60 x 40 ไมครอน) โดยเปลือกไข่จะประกอบด้วย 3
ชั้น ด้วยกันคือ
1. ชั้นนอกสุด เรียกว่า albuminous
layer ประกอบโปรตีนเป็นหลัก มีลักษณะขรุขระ (coursely
mammillated) ทำหน้าที่เป็น auxiliary barrier ให้สารโมเลกุลขนาดเล็กผ่าน 2. ชั้นถัดเข้าไปเป็นส่วนหนาใส ประกอบด้วย chitinous substance เป็นหลัก โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างเสริมความแข็งแรง (supporting structure) เรียกว่า chitinous layer
3. ชั้นในสุด เป็นชั้นที่เปราะบางของ vitelline membrane โดยมีส่วนประกอบประเภท lipoid substance และค่อนข้างที่จะไม่ยอมให้สารผ่าน
(highly impermeable) ไข่ที่ถูกผสมพันธุ์แล้ว (fertilized
egg) ที่ออกมาจากตัวเมียนี้
ภายในจะมีเป็นก้อนของตัวอ่อนมีลักษณะเป็น unsegmented protoplasm (ovum) ที่เต็มไปด้วย lecithin granules
ไข่ของพยาธิไส้เดือนกลมที่ไม่ได้รับการผสม (unfertilized
egg, infertile egg) จะพบได้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีพยาธิเฉพาะตัวเมีย
อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยทั่วไปอาจพบได้ถึง 20% ไข่ Unfertilized egg จะมีรูปร่างยาวกว่าและแคบกว่า fertilized egg โดยที่มีขนาด 88-94 x 39-49 ไมครอน (80 x 50 ไมครอน) และมีเปลือกบางกว่า ภายในไข่จะมีลักษณะเป็น amorphous mass และลักษณะของ refractile granules
ไข่ทั้งชนิด fertilized และ unfertilized
eggs ของพยาธิไส้เดือนกลมบางฟอง ไม่มีชั้นนอกของ albuminous
layer เรียกว่า decorticated egg
ตารางที่ 2
ลักษณะของพยาธิไส้เดือนกลมเปรียบเทียบระหว่างตัวเมียและตัวผู้
ลักษณะ
|
Ascaris
lumbricoides
|
|
ตัวเมีย
|
ตัวผู้
|
|
ขนาด
|
22-35
ซม. x 4-6 มม.
|
10-31
ซม. x 2-4 มม.
|
อวัยวะสืบพันธุ์
|
2
ชุด
|
1
ชุด
|
ปลายหาง
|
เหยียดตรง
|
งอไปทาง
ventral
|
ลักษณะเฉพาะตัว
|
มีรอยคอด
waist girdle ที่ด้านหน้า (1/3 anterior) ของลำตัว
|
มี spicule 1 คู่
|
วงจรชีวิตของพยาธิ
พยาธิตัวแก่อาศัยอยู่ในลำไส้เล็ก แย่งอาหารที่ย่อยแล้วในลำไส้กิน
ตัวแก่มีอายุ 6 เดือนถึง 1 ปี
มีสองเพศคือตัวผู้และตัวเมีย
ตัวเมียจะวางไข่วันละประมาณ 200,000 ฟอง ไข่จะออกมาพร้อมกับอุจาระ
ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์จะไม่สามารถติดต่อ
ไข่ที่ผสมแล้วจะเจริญเป็นตัวอ่อนในเวลา 10-21 วัน เมื่อคนกินในระยะนี้จะเป็นระยะติดต่อ
, depending on the
environmental conditions (optimum: moist, warm, shaded soil). เมื่อตัวอ่อนถูกกิน
, ตัวอ่อนจะไชทะลุผนังลำไส้
, ไปตามหลอดเลือดดำที่ไปเลี้ยงตับ
เข้าสู่ปอด
. ตัวอ่อนจะเจริญเป็นตัวแก่ในปอดโดยใช้เวลาประมาณ10
ถึง 14 วัน ตัวแก่จะไชผ่านผนังของถุงลม
เข้าหลอดลม เข้าคอ และถูกกลืน
เชื้อจะเจริญเป็นตัวแก่
ที่ลำไส้เล็ก.
ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งโตเป็นตัวแก่ใช้เวลา 2-3 เดือน
ตัวแก่สามารถมีอายุ 1-2 ปี
โรคพยาธิไส้เดือนตัวกลมจะแพร่กระจายในภาคใต้มากกว่าภาคอื่นเนื่องจากเขตภาคใต้มีความชุ่มชื้นตลอดปี
อากาศก็ไม่ร้อน โรคมักจะเป็นในเด็กเพราะเด็กมักจะกิน หรือเล่นบนพื้นดิน
สาเหตุ โรคพยาธิไส้เดือน เกิดจากเชื้อปาราสิต พวกหนอนพยาธิไส้เดือน เรียกว่า
แอสคาริส ลัมบริคอยดีส์
(Ascaris Lumbricoides) ซึ่งเป็นหนอนพยาธิตัวกลม รูปร่างคล้ายไส้เดือนดิน สีค่อนข้างขาว ความยาวของลำตัวประมาณ 15-30 ซ.ม. ความกว้างของลำตัวประมาณ 2-4 มม. ตอนกลางของลำตัวยาวเรียวไปทางหัวและหาง พยาธิตัวผู้จะมีปลายหางงอ ส่วนตัวเมียปลายหางจะเหยียดตรงกว่า เมื่อผสมพันธุ์กันในลำไส้ของคนแล้วพยาธิตัวเมียจะออกไข่ปนมากับอุจจาระได้ประมาณ 200,000 ฟองต่อวัน ไข่ของพยาธิไส้เดือนจะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อได้ต้องฟักตัวในดินที่มีความชื้น และอุณหภูมิเหมาะสม ใช้เวลาประมาณ 10-21วัน
การติดต่อ
โรคพยาธิไส้เดือนสามารถติดต่อสู่คนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
จากการรับประทานไข่พยาธิที่
ปนเปื้อนมากับอาหาร เมื่อไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกายแล้ว พยาธิตัวอ่อนจะออกจากไข่ ไชทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลือง แล้วไปตามอวัยวะต่าง ๆ โดยผ่านตับ หัวใจ ปอด หลอดลม หลอดอาหารแล้วกลืนกลับลงสู่ลำไส้เล็ก เจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็ก พร้อมที่จะออกไข่พยาธิปนมากับอุจจาระลงสู่พื้นดิน เพื่อเจริญเติบโตต่อไป ระยะเวลาตั้งแต่คนรับประทานไข่พยาธิที่มีตัวอ่อนอยู่ภายใน จนเจริญเป็นตัวแก่พร้อมออกไข่ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และพยาธิไส้เดือนจะสามารถมีชีวิตอยู่ในลำไส้เล็กได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
ปนเปื้อนมากับอาหาร เมื่อไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกายแล้ว พยาธิตัวอ่อนจะออกจากไข่ ไชทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลือง แล้วไปตามอวัยวะต่าง ๆ โดยผ่านตับ หัวใจ ปอด หลอดลม หลอดอาหารแล้วกลืนกลับลงสู่ลำไส้เล็ก เจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็ก พร้อมที่จะออกไข่พยาธิปนมากับอุจจาระลงสู่พื้นดิน เพื่อเจริญเติบโตต่อไป ระยะเวลาตั้งแต่คนรับประทานไข่พยาธิที่มีตัวอ่อนอยู่ภายใน จนเจริญเป็นตัวแก่พร้อมออกไข่ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และพยาธิไส้เดือนจะสามารถมีชีวิตอยู่ในลำไส้เล็กได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
อาการของโรค
อาการของโรคพยาธิไส้เดือนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ
1.
อาการเกิดจากพยาธิตัวอ่อนกำลังเดินทาง
ขณะที่ตัวอ่อนกำลังเดินทางจากลำไส้ไปปอดอาจจะทำให้เกิดไข้ ไอ หายใจแน่ หอบเหนื่อย เสมหะอาจจะมีเลือดปน
อาจจะมีพยาธิตัวอ่อนออกมาด้วย บางคนอาจจะเกิดลมพิษอาการเหล่านี้มักจะเกิดภายหลังจากไดรับไข่พยาธิ
4-16 วัน
2.
อาการเกิดจากตัวแก่
เนื่องจากพยาธิตัวแก่จะแย่งอาหารเด็กอาจจะขาดอาหาร อาจจะมีลมพิษ หากมีพยาธิเป็นจำนวนมากอาจจะเกาะกันเป็นก้อนทำให้อุดทางเดินลำไส้หรือทางเดินน้ำดีทำให้เกิดอาการดีซ่าน
- ปวดท้องเนื่องจากพยาธิอุดลำไส้
- เสียดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
- ตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากพยาธิไช
- ถุงน้ำดีอักเสบ
- ไส้ติ่งอักเสบ
การวินิจฉัย
1.
ตรวจพบตัวแก่ออกมาในอุจาระหรือในสิ่งที่อาเจียน
2.
ตรวจอุจาระพบไข่พยาธิ
<>ไข่พยาธิ <>พยาธิตัวแก่
การป้องกัน
1.
หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินเพราะจะทำให้มือสัมผัสกับไข่พยาธิ
2.
ให้ถ่ายอุจาระให้ห้องน้ำ
ไม่ถ่ายอุจาระลงบนดิน
3.
กำจัดผ้าอ้อมอย่างเหมาะสม
4.
ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานและเตรียมอาหาร
5.
หากไปเที่ยวประเทศที่มีระบบสาธารณะสุขไม่ดีต้องระวังน้ำเดิมและอาหารว่าอาจจะปนเปื้อนไข่พยาธิ
6.
ล้างผักและผลไม้ก่อนที่จะนำไปปรุงหรือรับประทานอาหาร
การรักษา
2.
Albendazole ขนาด 400 มก.รับประทานครั้งเดียว
หากไม่หาย(ยังตรวจพบไข่พยาธิ)ให้ซ้ำอีกครั้งใน 3 สัปดาห์
3.
Piperazine citrateยานี้เหมาะสำหรับรายที่สงสัยว่าพยาธิจะไปอุดลำไส้หรือท่อน้ำดี
เพราะยาจะทำให้กล้ามเนื้อของพยาธิอ่อนแรงขนาดที่ใช้ 305 กรัมวันละ 4 ครั้งเป็นเวลา 2 วัน
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/parasite/ascaris.htm#.VkuQmbk5PDc






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น